เหตุการณ์ประหลาด 5 อันดับที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ แล้วเหตุกาณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะส่งอย่างไรกับมนุษย์

เหตุการณ์ประหลาด

เหตุการณ์ประหลาด มากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ที่รอให้เรา ค้นหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

เหตุการณ์ประหลาด อันดับที่ 5 หลุม อัลเบิร์ต ออโรรา เชสเซอร์ เป็นปรากฏการณ์ ที่เราจะสามารถ มองเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ บนท้องฟ้า ที่พบได้บ่อย มักจะเป็นวงกลมหรือวงรี โดยจะเกิดขึ้น

ในกลุ่ม เมฆซีร์โรคิวมูลัส และกลุ่มเมฆ Calculus เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  ทำให้ผู้พบเห็นจำนวนไม่น้อย เข้าใจผิดว่าเกิดจาก UFO สาเหตุที่แท้จริงนั้น สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการที่เครื่องบิน

หลุม forester forester

บินตัดผ่านกลุ่มก้อนเมฆ ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ซึ่งเมื่อมวลอากาศ ที่มีความกดอากาศต่ำ ถูกรบกวนด้วยปีกเครื่องบิน จึงทำให้ผลึกน้ำแข็ง 

ที่ลอยอยู่ กลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ที่มีอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส โดยในขณะที่น้ำแข็ง กลายเป็นหยดน้ำผลึกขนาดใหญ่ น้ำแข็งที่อยู่โดยรอบ ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้กระจายตัว ออกเป็นวงกลม และเกิดช่องว่าง

ที่ทำให้แสงอาทิตย์ สามารถลอดผ่านลงมาได้ ในปัจจุบัน ยังคงมีการเฝ้าสังเกต สตีฟ เนื่องจากความเชื่อที่ว่า เครื่องบินเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ดังกล่าว ยังคงเป็นเพียง ข้อสันนิษฐาน ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2011 

อันดับที่ 4 แสงปริศนาฟินิก เมื่อวันที่ 13 มีนาคมปี 1997

กลางดึกในเวลาประมาณ 07:30 น. ถึง 04:30 น. มีผู้คนนับพัน ได้รายงานที่กล่าวถึงแสงปริศนา ที่เกิดขึ้นเหนือน่านฟ้า ของเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา รายงานระบุว่า มีกลุ่มแสงทรงกลม

จำนวน 5-7 ดวง เรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยม วงกลมเหล่านั้น ส่องแสงสว่างสีขาว แต่ส่วนที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าสุด กลับเป็นสีส้มแดง โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายคน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แสงเหล่านั้น

แสงปริศนาฟินิก

มาจากวัตถุสีดำ เป็นไปได้ว่า จะเป็นยานอวกาศ 1 ลำ ที่มีขนาดใหญ่ เท่าสนามฟุตบอล หลายสนามรวมกันเลยทีเดียว ในระหว่างที่วัตถุปริศนา กำลังเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ เป็นระยะทาง 300 ไมล์

ดาวบนท้องฟ้า ของบริเวณนั้น กลับดูมืดลง แทนที่ด้วยแสงจากยานลำนั้น และจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใคร สามารถอธิบาย ถึงเหตุการณ์นี้ได้ ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรเช่นกัน

เหตุการณ์ Top 3 นี่น่าตื่นเต้นที่สุด

อันดับ 3 แสงปริศนา ที่เกิดขึ้นเหนือเมือง ฟินิกซ์ มีรายงานถึง การพบเห็นบางสิ่งในบริเวณ ที่ใกล้กับฐานทัพอากาศในน่านน้ำ ซึ่งผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ระหว่างพบวัตถุรูปทรงตัววี ที่มีขนาดเท่ากับ เครื่องบินโบอิ้ง 747

ซึ่งมีดวงไฟ 6 ดวง ลอยเหนือบริเวณของวัตถุประหลาด และเป็นเหตุการณ์ ที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด จนทางการ ของรัฐเท็กซัส ออกมาประกาศ ว่าวัตถุที่ผู้ค้นพบนั้น เป็นเพียงการฝึกยิงธนูสัญญาณ แต่ก็มีหลายคน

ที่ยังคงคาใจและสงสัย พร้อมกับไม่เชื่อต่อคำอธิบายนี้ โดยพวกเขาคิดว่า ไม่น่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์โลก เพราะแสงที่เห็นนั้น เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ไม่มีเสียงของ วัตถุต้นกำเนิดของแสงนั้น แต่อย่างใด

อีกทั้งทางกองทัพสหรัฐ ออกมาปฏิเสธว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีอากาศยานใด ๆ ในบริเวณนั้น เรื่องนี้จึงยังคงเป็น ที่ถกเถียง จนถึงปัจจุบัน

อันดับที่ 2 ปรากฏการณ์ที่เปโตรซาวอดสค์ ในวันที่ 20 กันยายน ปี 1977 ชาวเมือง เปโตรซาวอดส ที่ตั้งอยู่ในดินแดนอิสระกาเรลิแอน แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ต่างแตกตื่นพบแสงประหลาด

โดยในช่วงเวลาประมาณ 01:00 – 02:00 น. ปรากฏว่าวัตถุบางอย่าง บนท้องฟ้า โดยทางหนังสือพิมพ์ฉบับร่าง ของโซเวียต เรียกสิ่งนี้ว่า ดาวแมงกะพรุน ต่อมาเหตุการณ์นี้ ถูกเรียกในชื่อ เปโตรซาวอดส

ปรากฏการณ์ที่เปโตรซาวอดสค์

ซึ่งวัตถุดังกล่าว ทำให้เกิดลำแสง ส่องลงมายังพื้นโลก ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ลำแสงที่เกิดขึ้นนั้น มีลักษณะเหมือนสายฝน ที่ทำให้เกิดหลุม บนพื้นดิน

และทำให้เกิดเป็น รูปนกระจอกเทศอีกด้วย วัตถุนั้นมีลักษณะ เป็นทรงกลมสีแดง และปัญหาที่ทำให้เกิดข้อถกเถียง นั่นก็คือ เรดาร์ของโซเวียต กลับไม่สามารถ ตรวจจับสัญญาณผิดปกติใด ๆ  บนอากาศได้ และมีทั้งลูกเรือและผู้โดยสาร ที่อยู่บนเครื่องบิน tu-154

ซึ่งบินอยู่ไม่ไกลบริเวณนั้น ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง และต่อมาทีมสืบสวนของรัสเซีย ออกมากล่าวว่าปรากฏการณ์ในครั้งนี้ อาจจะเกิดขึ้น จากปัจจัยหลายอย่าง เช่นการปล่อยจรวด

ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งดาวเทียมสนามแม่เหล็ก ที่ถูกรบกวน เนื่องจากเปลวสุริยะ ไปจนถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับคลื่นวิทยุความถี่ต่ำ ที่อาจมีอิทธิพล ต่อชั้นบรรยากาศ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นได้ยาก และในปัจจุบันนี้ เหตุการณ์เหล่านี้ ก็ยังหาคำตอบ ที่ชัดเจนไม่ได้เช่นเคย

อะไรก็ไม่น่ากลัวไปกว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว มีผลต่อมนุษย์

อันดับที่ 1 ลูกบอลสายฟ้า

เกี่ยวกับการพบเห็น ลูกบอลสายฟ้านี้ มีการพูดถึง มาตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน และในยุคปัจจุบัน ทางนักวิทยาศาสตร์ ต่างยอมรับ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงปี 1960 นั้น เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นมาก่อน

ไม่มีใครบันทึกภาพไว้ทัน จนกระทั่ง มีผู้สามารถบันทึกภาพ ของปรากฏการณ์ ดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่า เป็นการบันทึกวีดีโอ ของลูกสายฟ้าได้ครั้งแรก โดยถ่ายได้ในทิเบต เมื่อปี 2012

ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น ในหลายรูปแบบ แต่โดยทั่วไป จะเกิดขึ้นมาแบบฉับพลัน โดยมีลักษณะ เป็นแสงสว่าง ลอยไปลอยมา

เหตุการณ์ประหลาด

และมีสายฟ้าเกิดขึ้นเป็นวงกลม ลูกบอลสายฟ้าสามารถเกิดขึ้นได้หลายสี และบางครั้ง อาจจะเกิดขึ้นเกิน 1 นาที โดยการเคลื่อนที่ของมัน 

สามารถเคลื่อนที่ได้ ทั้งแนวนอน หรือแนวตั้ง และไม่ว่าจะมีวัตถุใดกีดขวางอยู่ มันก็สามารถทะลุผ่านไปได้ แต่บางครั้งลูกบอลสายฟ้านั้น ก็อาจจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผู้สังเกตการณ์เล่าว่า แสงปริศนานี้ 

แทบจะไม่ทำให้เกิดความร้อนเลย แต่ถึงเช่นนั้น ก็ยังมีรายงาน ถึงการระเบิดของมัน ที่ทิ้งกลิ่นของสารกำมะถัน และกลิ่นของโอโซนไว้ อีกทั้งยังมีรายงาน ที่แตกต่างกัน ในแง่ของความอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์

ซึ่งบางคนรายงานว่า มันสามารถสังหารมนุษย์ ในขณะที่บางคนกลับรายงานว่า มันไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ทั้งนักวิทยาศาสตร์ สามารถทำการจำลองตัวอย่าง ของลูกบอลสายฟ้าขึ้นมาได้

แต่ก็ยังไม่มีใคร ที่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริง ของปรากฏการณ์นี้ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมันได้ ซึ่งปัจจุบัน มีทฤษฎีเกิดขึ้นมากมาย บางก็ว่า เกิดจากการระเหย กลายเป็นไอ ของธาตุซิลิคอนที่ปะปนอยู่ในดิน หรืออาจจะเกิดจาก

การหมุนของพลาสมา และบ้างก็ว่าปรากฏการณ์นี้ อาจจะเป็นหลุมดำ ขั้นปฐมภูมิที่เล็กจน ไม่สามารถมองเห็นได้ ด้วยตาเปล่า